
Privacy Policy
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1. บทนำ
บริษัท คาเนมัทสุ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่ออธิบายวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย เก็บรักษา โอน และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. ขอบเขตของนโยบาย
นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่อ ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ผู้สมัครงาน พนักงาน ผู้แทนของนิติบุคคล และบุคคลอื่นใดที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากมีการจัดทำนโยบายหรือประกาศความเป็นส่วนตัวเฉพาะสำหรับกรณีใดเป็นพิเศษ ให้ใช้นโยบายหรือประกาศเฉพาะดังกล่าวประกอบกับนโยบายฉบับนี้
3. คำนิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่กฎหมายกำหนด
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวตนได้
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ ตามความจำเป็นและตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
1. ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง หรือลายมือชื่อ
2. ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลการติดต่ออื่น
3. ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานหรือธุรกิจ เช่น ชื่อบริษัท แผนก ตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ และข้อมูลนามบัตร
4. ข้อมูลธุรกรรมและสัญญา เช่น รายละเอียดการติดต่อ การเจรจา การสั่งซื้อ การขาย การให้บริการ การชำระเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
5. ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เช่น ที่อยู่ IP ประเภทเบราว์เซอร์ ข้อมูลคุกกี้ วันและเวลาการเข้าถึง และบันทึกการใช้งานเว็บไซต์
6. ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดหรือข้อมูลการเข้าออกสถานที่ ในกรณีที่ท่านเข้ามายังสำนักงานหรือสถานที่ของบริษัท
7. ข้อมูลอื่นใดที่ท่านให้แก่บริษัท หรือที่บริษัทได้รับโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลที่สาม หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเฉพาะเมื่อมีกฎหมายอนุญาต หรือเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น
5. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือจากแหล่งอื่น เช่น บริษัทในกลุ่มคาเนมัทสุ คู่ค้า ผู้ให้บริการ หน่วยงานราชการ แหล่งข้อมูลสาธารณะ เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลอื่น บริษัทจะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบข้อมูลดังกล่าวอยู่แล้ว หรือกฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องแจ้ง
6. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
| วัตถุประสงค์ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
| การติดต่อ สอบถาม ตอบคำถาม และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือธุรกิจของบริษัท | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญา |
| การดำเนินธุรกิจ การซื้อขาย การให้บริการ การบริหารสัญญา และการติดต่อกับลูกค้า คู่ค้า หรือผู้แทนของนิติบุคคล | การปฏิบัติตามสัญญา ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| การตรวจสอบสถานะคู่ค้า การบริหารความเสี่ยง การป้องกันการทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการส่งออก มาตรการคว่ำบาตร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง | การปฏิบัติตามกฎหมาย ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| การจัดการบัญชี ภาษี การเงิน การตรวจสอบภายใน และการเก็บเอกสารตามกฎหมาย | การปฏิบัติตามกฎหมาย ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| การบริหารจัดการเว็บไซต์ การวิเคราะห์การใช้งาน การรักษาความปลอดภัยของระบบ และการปรับปรุงบริการ | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด |
| การรักษาความปลอดภัยของสำนักงาน บุคลากร ทรัพย์สิน และระบบของบริษัท | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย |
| การสรรหา คัดเลือก และบริหารจัดการบุคลากร | การดำเนินการก่อนทำสัญญา การปฏิบัติตามกฎหมาย ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ความยินยอมในกรณีจำเป็น |
| การใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย การป้องกันข้อพิพาท และการดำเนินการในกระบวนการทางกฎหมาย | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย |
| วัตถุประสงค์อื่นที่แจ้งให้ทราบโดยชัดแจ้งในเวลาที่เก็บรวบรวมข้อมูล | ความยินยอม หรือฐานทางกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง |
7. ความจำเป็นในการให้ข้อมูลส่วนบุคคล
ในบางกรณี การให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย การปฎิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัท หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น บริษัทอาจไม่สามารถทำสัญญา ให้บริการ ติดต่อ ตอบข้อซักถาม ดำเนินธุรกรรม หรือปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นและตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. บริษัทแม่ บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มคาเนมัทสุ
2. ลูกค้า คู่ค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการ ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ผู้สอบบัญชี ทนายความ สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย และผู้ให้บริการด้าน IT หรือระบบคลาวด์
3. หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล ศาล หรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย
4. บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ การควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจ หรือธุรกรรมที่คล้ายกัน
5. บุคคลอื่นที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอม หรือที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้
บริษัทจะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก
9. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันภายในกลุ่มบริษัท
บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกับ Kanematsu Corporation และบริษัทในเครือของ Kanematsu Corporation เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ร่วมกัน: ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ชื่อบริษัท แผนก ตำแหน่ง ข้อมูลธุรกรรม และข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง
2. ขอบเขตของผู้ใช้ร่วมกัน: บริษัท, Kanematsu Corporation และบริษัทในเครือของ Kanematsu Corporation
3. วัตถุประสงค์ของการใช้ร่วมกัน: วัตถุประสงค์ตามข้อ 6 ของนโยบายฉบับนี้ และวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของผู้ใช้ร่วมกันแต่ละราย
4. ผู้รับผิดชอบในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท คาเนมัทสุ (ประเทศไทย) จำกัด
10. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทในกลุ่มคาเนมัทสุ ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้าของบริษัท ในกรณีที่ประเทศปลายทางอาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเทียบเท่ากับประเทศไทย บริษัทจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การทำสัญญาที่มีข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การใช้มาตรการภายในกลุ่มบริษัท หรือการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่จำเป็น
11. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ภาระหน้าที่ตามสัญญา การบัญชี ภาษี การตรวจสอบ การระงับข้อพิพาท หรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
โดยทั่วไป บริษัทจะพิจารณาระยะเวลาเก็บรักษาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อและสอบถาม: เก็บไว้เท่าที่จำเป็นสำหรับการตอบคำถามและการติดตามผล และหลังจากนั้นเก็บเพื่อใช้ในการอ้างอิงทางธุรกิจหรือเพื่อการป้องกันข้อพิพาท
2. ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาและธุรกรรม: เก็บไว้ตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และหลังจากนั้นเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายหรือตามข้อจำกัดความรับผิดชอบ
3. ข้อมูลบัญชี ภาษี และเอกสารตามกฎหมาย: เก็บไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
4. ข้อมูลผู้สมัครงาน: เก็บไว้เท่าที่จำเป็นสำหรับกระบวนการสรรหาบุคคลากร และหลังจากนั้นเก็บเพื่อการพิจารณาสรรหาบุคคลากรในอนาคตหรือป้องกันข้อพิพาท เว้นแต่ท่านขอให้ลบข้อมูลหรือให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
5. ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และบันทึกระบบ: เก็บไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ การรักษาความปลอดภัย และการบริหารระบบ
เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสม
12. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งด้านองค์กร บุคลากร เทคนิค และกายภาพ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการจำกัดสิทธิการเข้าถึง การควบคุมรหัสผ่าน การเข้ารหัส การสำรองข้อมูล การฝึกอบรมพนักงาน การกำกับดูแลผู้ให้บริการ และการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยตามความเหมาะสม
13. การใช้บริการผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจมอบหมายให้ผู้ให้บริการหรือผู้รับจ้างประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของบริษัท ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะกำกับดูแลให้ผู้ให้บริการหรือผู้รับจ้างดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของบริษัท และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงข้อกำหนดทางสัญญาตามที่กฎหมายกำหนด
14. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้
1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
2. สิทธิขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
3. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4.สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
5. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
6. สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7. สิทธิถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอม
8. สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
การใช้สิทธิดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามกฎหมาย บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่กฎหมายอนุญาต และจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบตามที่กฎหมายกำหนด
15. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรุณาติดต่อบริษัทตามรายละเอียดด้านล่าง บริษัทอาจขอให้ท่านแสดงเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ
บริษัท คาเนมัทสุ (ประเทศไทย) จำกัด
92 เซ็นทรัลพาร์ค ออฟฟิศเซส ชั้น 9 ยูนิตเลขที่ แอลแอล0912 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 02-481-5695
ถึง: ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
แบบฟอร์มติดต่อ: https://www.kanematsu.co.th/contact
บริษัทจะพิจารณาและตอบกลับคำขอของท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่มีค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายอนุญาต บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
16. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบ ควบคุม และแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวโดยทันที หากเหตุละเมิดดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า และหากเป็นไปได้ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่เหตุละเมิดดังกล่าวไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่เหตุละเมิดมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า พร้อมทั้งแจ้งมาตรการเยียวยาตามที่กฎหมายกำหนด
17. คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
เว็บไซต์ของบริษัทอาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน เพื่อวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ และเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์และบริการของบริษัท
คุกกี้บางประเภทมีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ ส่วนคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์เรื่องความยินยอมตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด ท่านสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์เพื่อปฏิเสธหรือลบคุกกี้ได้ อย่างไรก็ตาม การปิดใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจทำให้ท่านไม่สามารถใช้บางส่วนของเว็บไซต์ได้อย่างสมบูรณ์
18. SSL และบันทึกการเข้าถึงเว็บไซต์
เว็บไซต์ของบริษัทอาจใช้เทคโนโลยี SSL หรือเทคโนโลยีการเข้ารหัสอื่นเพื่อคุ้มครองข้อมูลที่ส่งผ่านเว็บไซต์ในหน้าที่มีการกรอกข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ เว็บไซต์ของบริษัทอาจบันทึกข้อมูลการเข้าถึง เช่น ที่อยู่ IP ประเภทเบราว์เซอร์ วันและเวลาการเข้าถึง และจำนวนครั้งในการเข้าถึง ข้อมูลดังกล่าวจะใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัย การวิเคราะห์สถิติ การบริหารระบบ และการปรับปรุงเว็บไซต์เท่านั้น เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น
19. การเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้
บริษัทอาจแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย แนวปฏิบัติทางธุรกิจ หรือการดำเนินงานของบริษัท บริษัทจะเผยแพร่นโยบายฉบับปรับปรุงผ่านช่องทางที่เหมาะสม และในกรณีที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะดำเนินการแจ้งหรือขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่จำเป็น
20. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีคำถาม ข้อร้องเรียน หรือประสงค์จะใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล กรุณาติดต่อบริษัทตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
บริษัท คาเนมัทสุ (ประเทศไทย) จำกัด
92 เซ็นทรัลพาร์ค ออฟฟิศเซส ชั้น 9 ยูนิตเลขที่ แอลแอล0912 ถนนพระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์: 02-481-5695
ถึง: ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
แบบฟอร์มติดต่อ: https://www.kanematsu.co.th/contact